‘วังหิ่งห้อย’ ขอเชิญมาสัมผัสกับประสบการณ์แห่งธาตุ ‘ไฟ’ พร้อมชมความระระยิบระยับจากหิ่งห้อยตัวน้อย กลางกรุง
‘วังหิ่งห้อย ร้านอาหารไทยในสไตล์ Thai Inspired Cuisine ชวนเปิดความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งธาตุไฟ “พราะ ไฟคือพลังแห่งชีวิต เปรียบดั่งแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหิ่งห้อย” ที่ “วังหิ่งห้อย” มีการจําลองระบบนิเวศ เพื่อให้คนเมืองได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีหิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เชื่อมโยงความเป็นเมือง ป่า คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ธาตุแห่งชีวิต’ ได้แก่ ดิน น้ํา ลม ไฟ ที่จะสื่อออกมาผ่านทุกความรู้สึก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
นับว่เป็นโอกาสสุดท้ายก่อนหมดฤดูกาลในวันที่ 14 ตุลาคม 2562
วังหิ่งห้อยพร้อมเชิญชวน ให้คุณมาสัมผัสความอร่อยในธีมไฟ ที่จะสร้างความตื่นตากับสุดยอดบรรดาอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากความเร่าร้อนของธาตุไฟ ซึ่งถูกตีความใหม่พร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกกระบวนการประกอบอาหาร ออกมาเป็นอาหารที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณให้ตื่นตัวแม้ยามค่ำคืน ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย พร้อมด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรพิเศษและครีเอทเมนูโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์, เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และเชฟอ้น-สุวิจักขณ์ แก้วสิริมงคล ซึ่งคอร์สเมนูในธีมไฟนี้ มีชื่อว่า Spirit of Fire และจำกัดเพียง 40 ที่นั่งต่อวัน ราคาท่านละ 2,890++ บาท (จับคู่กับค็อกเทล +550 บาท)

บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม.
‘วังหิ่งห้อย’ จำลองระบบนิเวศน์และความสมบูรณ์ของป่ามาไว้กลางกรุง ผู้มาเยือน การได้รับชมแสงระยิบระยับของแมลงขนาดจิ๋วที่แทบไม่เคยพบเห็นได้ในเขตเมือง


เริ่มเปิดความร้อนแรงกันด้วย ชนวน (Ignite) Amuse Bouche ตัวแรกที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความร้อนแรง และเสน่ห์หาในธีมไฟ เป็นการเตรียมความพร้อมและปรับสมดุลร่างกายก่อนที่จะพบกับคอร์สถัดไป
ปลุก (Awake) เมนูที่ทำมาจากหอยนางรมสดที่จะช่วยปลุกความร้อนแรง และมอบพลังงานสำหรับค่ำคืนนี้
เถ้าถ่าน (Ashes) ได้แรงบันดาลใจจากยำปลาสลิด โดยเชฟได้นำน้ำยำมาทำให้เป็นวุ้น ผสมเข้ากับรสของถ่าน เปรียบเสมือนการนำปลาแห้งมาย่างบนเตาถ่านที่ให้กลิ่นและรสชาติอันเย้ายวน
อาบแดด (Sunbath) เนื้อหมัก หรือกุ้ง เซียร์บนหินร้อน แล้วจึงราดตามด้วยซอสลาวครบรส
แสงเหนือ (Aurora) เป็นการผสมผสานกันระหว่างอาหารเรียบง่ายอย่างต้มจับฉ่ายกับวัตถุดิบใหม่ๆ
พลุ (Firework) การจุดพลุในช่วงเทศกาล คือ แรงบันดาลใจของคอร์สนี้ แถมยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการพาย้อนกลับไปวัยเด็ก ด้วยสลัดผลไม้เคลือบ Pop Rock ที่ป๊อปในปาก และตกแต่งจานด้วยครีมซอสที่รสชาติที่ต่างกันออกไป
โลกันต์ (Inferno) คอร์สที่รวบรวมความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศไทย ในรูปแบบของผัดฉ่า ด้วยปลาคังเนื้อแน่น เสิร์ฟพร้อมโฟมผัดฉ่า พริกไทยแดง ตัดด้วยริซอตโตครีมยี่หร่า
พลุ่งพล่าน (Burst) เมนคอร์สที่ยกระดับแกงเทโพอันแสนจะเผ็ดร้อนให้มีรสละมุนมากยิ่งขึ้น
เดือดดาล (Rage) ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก ซึ่งส่วนผสมจากสมุนไพรของโครงการหลวง
ไอซ์ลาวา (Ice Lava) ไอศกรีมข้าวหมักเปียกลำไย คลายความสงบหลังจากผ่านความเร่าร้อนมาทั้งเซตให้เย็นลง อาทิตย์อุทัย (Rising Sun) บิงซูนมสดท๊อปด้วยเฉาก๊วย โรยตามมาด้วยไอซิ่งกลิ่นกุหลาบ ได้แรงบันดาลใจมาจากการชมซากุระ และทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ พร้อมมอบความสดชื่นเป็นการปิดฉากธีมไฟไปพร้อมๆ กับพระอาทิตย์ตกดิน

สำหรับเครื่องดื่ม ทุกแก้วแฝงไปด้วยเรื่องราวความเชื่อแบบไทยๆ ที่ทุกแก้วล้วนมีเซอร์ไพร์สให้คุณต้องหลงใหลไปกับรสชาติและการนำเสนอที่ครีเอทีฟสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น สุมไฟ (Sum Fai) มะพร้าวน้ำหอมจากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร หวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมชื่นใจ ผสมผสานกับน้ำสับปะรดภูแลเชียงราย รสหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกถึงการดื่มด่ำบนชายหาด แผดเผา (Phaet Phao) พริกหัวเรืออีปาดจากศรีสะเกษที่มีความเผ็ดร้อนแรง นำมาตากแห้ง และเกลือสินเธาว์ มิกซ์ด้วยมะเขือเทศสดจากโครงการหลวง ร้อนรุ่ม (Ron Room) มีส่วนผสมของว่านพระอาทิตย์ที่มีสรรพคุณบำรุงและเสริมสมรรถภาพ กระตุ้นให้เลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงกระเจี๊ยบ และน้ำผึ้งจากโครงการหลวง รมควัน (Rom Khwan) น้ำส้มสีทองจากน่าน รวงผึ้ง และพีชจากโครงการหลวง และเพลิงนาง (Phloeng Nang) น้ำสับปะรดภูแลเชียงรายผสมผสานกับบีทรูทจากโครงการหลวง



สำหรับใครที่อยากมาลองเปิดประสบการณ์แสนพิเศษ และร่วมส่งท้ายธีมไฟ ธีมสุดท้ายของซีรีส์ 4 Elements กับร้านอาหาร “วังหิ่งห้อย” ร้านอยู่บริเวณสนามกอล์ฟ RCA บนถนนกำแพงเพชร 7 หรือจะนั่ง MRT ลงสถานีเพชรบุรี แล้วต่อรถมายังร้านได้เช่นกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.30-00.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 091-979-6226 เว็บไซต์: www.wanghinghoi.com และ Facebook: WangHingHoi
















