“Carne” ในภาษาสเปนเละอิตาลี แปลว่า
“Meat หรือ เนื้อสัตว์”
นั่นคือที่มาของ ชื่อร้าน “การ์เน่ -Carne”
วันนี้ Thailander มาอยู่กันที่ร้านอาหาร “การ์เน่ -Carne” เป็นร้านอาหารที่นำความอร่อยจากฝั่งอเมริกาใต้และสเปน มารังสรรค์เป็นเมนูเด็ด โดยจะดึงความเอร็ดอร่อยของเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา ด้วยวิธีการปรุงที่เป็นสูตรลับของเชฟ ใช้เทคนิคการย่าง อบ รมควัน หน้าร้านโดดเด่นด้วยรูปปั้นวัวกระทิงตัวโต ที่รอต้อนรับตรงทางเข้าร้าน

ที่ร้าน “การ์เน่ -Carne”เน้นการใช้ “ไฟ” ในกรรมวิธีการประกอบอาหารเป็นหลัก ได้แก่ Grill (ย่าง) Smoke (รมควัน) และ Roast (อบ) อาหารประเภทเนื้อสัตว์หากใช้วิธีการย่างจะทำให้อาหารจานนั้นอร่อยยิ่งขึ้น การ์เน่ใช้ถ่านจากกะลามะพร้าวจึงทำให้เนื้อมีความหอมของควันไฟ อาหารที่ร้านการ์เน่จะมีรสชาติที่เข้มข้น ด้วยเทคนิคการทำเเละนำวัตถุดิบที่โดดเด่นชั้นเลิศของไทยมาปรุง
“When Fire and Meat Come Together, Good Things Happen”
TheThailander.com เชื่อมั่นถึงความอร่อยของร้านการ์เน่ ด้วยสองผู้บริหาร : “เชฟแคน-ธนพร มารควัฒน์” และ “คุณพลอย-พลอยพรรณ มารควัฒน์” พี่น้องตระกูลมารควัฒน์ ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงอาหาร และคลุกคลีอยู่กับเส้นทางอาหารมาทั้งชีวิต ตั้งแต่ร้าน “ออมทอง” ของคุณแม่ โดยปัจจุบันเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้แก่ The Local by Oam Thong Thai Cuisine ซึ่งมีหลายเมนูที่ได้รางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) จากมิชลินไกด์, Crab and Claw, กินข้าว-Kinkao แต่ละร้านได้จากความนิยมชมชอบจากนักชิมกันถ้วนหน้า

“เชฟแคน”-ธนพร มารควัฒน์ ผู้มากฝีมือด้านการปรุงอาหาร ผู้เชื่อว่าอาหารคือสายใยที่ร้อยเรียงความรักของคนในครอบครัว เชื่อว่าความรักสามารถแสดงออกผ่านอาหารได้ เพราะการปรุงอาหารแต่ละจานจะต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความพิถีพิถัน ได้เล่าให้ฟังว่า “ในส่วนของภาพรวมเมนูอาหารในร้านการ์เน่ ได้แรงบันดาลใจมาจากฝั่งสเปนเเละอเมริกาใต้หลายเมนู การ์เน่ในภาษาสเปนเเละอิตาลี แปลว่า meat ทางร้านจึงเน้นเรื่องการนำเนื้อสัตว์มาใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะเนื้อวัว ทางร้านมีใช้นื้อไก่เบญจา เป็นไก่เกรดพรีเมี่ยม เลี้ยงแบบออกานิค ถูกเลือกใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารของเชฟมิชลิน ส่วนปลาจะสดมากเราใช้เนื้อปลาตกจากเบ็ดมาจากเกาะลันตา หมูดำคุโรบูตะไทย เเละเนื้อวัวพื้นบ้านของไทยส่วน Secondary Cut ผสมกับเนื้อวากิวโดยที่ร้านเราใช้ทั้งเนื้อไพร์มจากออสเตรเลีย อเมริกา และอาร์เจนติน่า ส่วนผัก สมุนไพร ดอกไม้หลายๆ ชนิดเรานำมาจากสวนที่ทางร้านปลูกเองจึงมั่นใจว่าปลอดสารครับ”


“คุณพลอย-พลอยพรรณ มารควัฒน์” น้องสาวคนเก่งของเชฟแคน เล่าเสริมให้ฟังว่า “ที่ร้านการ์เน่เราฉีกสไตล์ต้องการความแปลกใหม่ จึงออกมาเป็นอาหารสไตล์ South America เรามีเนื้อสัตว์ดี ๆ หลากหลาย ในราคามิตรภาพ กินได้ทุกโอกาส โดยไม่จำเป็นต้องไปร้าน Dining แพงๆเราอยากแนะนำเนื้อวัวของไทยที่เป็น Secondary Cut เป็นคัตใหม่ที่อร่อยมากควรมาลองร้านการ์เน่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล ทำเป็นครัวแบบเปิด เห็นบรรดาเชฟกำลังทำอาหาร เพราะต้องการให้คนมากินรู้สึกถึงความสนุกสนาน มีตู้โชว์เนื้อสัตว์ เรายังมีบาร์เครื่องดื่มพร้อมไวน์นานาชาติไว้บริการ ภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง ใช้กิมมิคของอิฐ ประดับด้วยท่อนฟืน โต๊ะก็ใช้เป็นไม้ เฟอร์นิเจอร์ก็เน้นการนั่งสบาย ส่วนมีดที่ใช้หั่นเนื้อก็เป็นมีดอรัญญิกของไทยที่สั่งทำพิเศษ เรายังใช้มีดมาเป็นกิมมิคตกแต่งร้านอีกด้วย พนักงานสวมผ้ากันเปื้อนหนังให้ลุคคล้ายบุชเชอร์หรือคนขายเนื้อ Carne สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 120 ท่าน มี 2 ชั้น จะมาเป็นคู่รัก มาเป็นแก๊งเพื่อน หรือมากับครอบครัวก็อร่อย สามารถปิดเพื่อจัดปาร์ตี้ส่วนตัวแบบไพรเวทได้ค่ะ”


Small Plates ที่มีให้เลือกอร่อยหลายเมนูมากๆ
Pan de cassava 150++ Bahtจานนี้แนะนำเลยว่าต้องสั่งมากินเล่นระหว่างรออาหาร เป็นขนมปัง cheese bread สไตล์บราซิล เป็นเมนูประจำชาติของบราซิลก็ว่าได้ เสิร์ฟเป็นก้อนไม่ใหญ่มากสีเหลืองทอง แนะนำว่ารีบกินตอนร้อนๆ เนื้อขนมปังจะนุ่มมีความหนึบเล็กน้อยหอมซีสมากๆ ทางเชฟบอกว่าความหอมและรสเข้มข้นจากชีสกอร์กอนโซลา (Gorgonzola คือ ชีสแบบนุ่มที่มีราสีน้ำเงินแทรกอยู่ในเนื้อชีส) แอบคิดว่าถ้าได้ชาร้อนๆ สักแก้วมาดื่มจะยิ่งฟินเลย…. Pan de cassava 150++ Baht
Sea Bass Ceviche 320 ++Bahtคนที่ชอบความจัดจ้าน ชอบอาหารความเปรี้ยวแซ่บ ต้องเลิฟจานนี้ กินแล้วสดชื่นมากๆ เป็น Ceviche -(เซบิเช่) เป็นยำสไตล์เปรู ปลากะพงสดหวานจากเกาะลันตาหั่นแบบปลาดิบญี่ปุ่น ม้วนและเสิร์ฟพร้อมน้ำยำ tiger’s milk ที่ปรุงจากเครื่องเทศของเปรู ผสมซัลซาซอสจากชมพู่เเละอโวคาโด กินจานนี้แล้วน้ำย่อยมาเต็มเตรียมรอจานเด็ดต่อไปSea Bass Ceviche 320 ++Baht
Octopus Adobo 390 ++Baht
เป็นอีกเมนูที่ควรสั่งมากินเรียกน้ำย่อย กลิ่นหอมฉุยตั้งแต่อาหารยังไม่วางบนโต๊ะ “หนวดปลาหมึกย่างเคล้าเครื่องเทศ” ใช้หนวดปลาหมึกสายหรือปลาหมึกยักษ์ของไทยนำไปหมักเครื่องเทศและนำมาย่างถ่านกะลามะพร้าว หนวดปลาหมึกมีความหนุบหนึบ ไม่เหนียวเกินไป เคี้ยวง่าย กินคู่กับใบชะครามและซอสโฮมเมด จานนี้อร่อยเด็ด…กินไม่หยุดจนลืมว่ายังมีจานต่อไปรอให้ชิม
Seafood Cocktail 290++Baht
เมนูนี้ไม่ใช่เครื่องดื่ม…. เป็นอาหารเมนูเเด็ดที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารที่ครอบครัว ทำกินเป็นประจำตอนเด็กๆ มีความจัดจ้านทั้งเผ็ด เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด สาวๆ ชอบกันมากมาย เป็น Seafood Cocktail ที่ผสมผสานความเป็นลาตินอเมริกาอยู่ไปในน้ำซอสสูตรลับที่ใช้มะเขือเทศเป็นส่วนผสมหลัก เสิร์ฟมาในแก้วค็อกเทล Topping ด้วยอาหารทะเล อย่างปลา กระพง กุ้ง ปลาหมึก กินคู่กับผัก สมุนไพรไทย ฟักแม้วSeafood Cocktail 290++Baht
CARNE’s Bone Marrow 350 ++Baht
เมนูนี้ป็น Signature ของที่ร้าน เป็นเมนูไขกระดูกวัวย่างถ่านกะลามะพร้าว เสิร์ฟมาทั้งท่อน เนื้อไขกระดูกวัวจะคล้ายๆ เจลลาติน ให้ตักกินพร้อมกันทั้งเลเยอร์เลย กินคู่กับโรเมสโก้ซอส ซอสจากแคว้น Catalonia ของเสปน ที่ทำมาจากพริกย่างและถั่ว กินแกล้มกับขนมปังโฮมเมด Focaccia อบใหม่CARNE’s Bone Marrow 350 ++Baht
Wagyu beef tongue 380 ++Baht
เมนูลิ้นวัววากิว ที่นำไปทำแบบ slow cook ข้ามคืน จากนั้นนำมาย่างให้หอม เสิร์ฟพร้อมกับ molcajete salsa เป็นซัลซ่าแบบอุ่นรสชาติออกเปรี้ยว ทำมาจากมะเขือเครือผักพื้นบ้านไทย โรยด้วย เมล็ดฟักทอง เมล็ดเเตงโม เเละลูกผักชีWagyu beef tongue 380 ++Baht
Grilled padron pepper 180++ THB ??
เมนูกินเล่นที่น่าลอง พริกย่างถ่านแบบสเปน โรยดอกเกลือและเครื่องเทศ กินเพลินไม่รู้ตัวไม่ได้เผ็ดอย่างชื่อค่ะ รสออกหวาน ๆ เค็ม ๆ
Sweet Corn Succotash 150 ++Baht
เป็นสลัดที่ใช้ข้าวโพดไปย่างเตาถ่านให้หอม สไตล์โฮมเมด นำมาผัดไฟแรง ๆ กับ chorizo(โชรีโซ) ไส่กรอกเผ็ดแบบสเปนเสิร์ฟพร้อมกับ smoked mayonnaise grilled lime ซอส pimento เป็นซอสสีเเดงจากโปรตุเกส ให้รสหวานจากข้าวโพดและอมเปรี้ยวจากมายองเนสSweet Corn Succotash 150 ++Baht
Ember Roasted beetroot salad 260 ++Bahtสลัดจานนี้เด็ด ใช้บีทรูทนำไปอบสมุนไพรเเละเกลือให้หอม เสิร์ฟพร้อมผัก red watercress,คีนัว,ถั่วพีแคนคั่วผักวอเตอร์เครสแดงจาก Carne’s backyard พร้อมน้ำสลัดโฮมเมด สดอร่อยจากสวน เคล็ดลับความอร่อยต้องตักทุกชิ้นมากินพร้อมกันจะได้ทั้งความนุ่มนวล ความกรุบจากคีนัว ความกรอบมันจากถั่ว เคล้าน้ำซอส อร่อยสุด ๆ
Ember Roasted beetroot salad 260 ++Baht
Radicchio and spinach salad 240 ++Baht
เป็นจานสลัดที่ใช้ผัก Radicchio และ spinach มาเสิร์ฟ พร้อมท๊อปด้วยส้มย่าง ทำให้สดชื่น น้ำสลัดทำจากเกสรผึ้ง เเละ Gorgonzola dop ชีส จานนี้กลิ่นชีสค่อนข้างจัด
Papaya & Grill Picanha 280++THB
สาวๆ ที่รักสุขภาพ เจอจานนี้ต้องเลิฟ สลัดจานนี้ใช้เนื้อ Picanha (ปิคานญ่า) นำมาย่างเล็กน้อย เพื่อดึงความหอมของเนื้อ … เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัดผักสด และมะละกอสุกดอง โรยด้วยถั่วอัลมอนด์อบ
Risi 480++ Baht
มาต่อกันที่พาสต้าเมล็ดเล็กคล้ายข้าว สีเหลืองทองน่ารับประทาน นำมาผัดกับ miso butter มันปู เนื้อปู และสโม๊คแฮม หอมนัวด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิล เพื่ออรรถรสของความอร่อย แนะนำว่ารีบกินตอนร้อน ๆ จ้า

มาสู่ Main Course กันค่ะ
Skirt asada 890++ Baht
จานนี้สายเนื้อห้ามพลาด Skirt Asada เป็นเนื้อไทยวากิวที่มีความหอมเฉพาะตัว นำไปย่างกับน้ำมันมะพร้าวเเละเครื่องเทศ กลิ่นหอมของเนื้อถูกดึงออกมาสุด ๆ ผสานกับกลิ่นอโรม่าจากเครื่องเทศ จานนี้ยั่วยวนสุด ๆ เสิร์ฟพร้อมฟักแม้วย่างเคลือบน้ำผึ้ง เคียงด้วยซอส green adobo ได้กลิ่นความหอมของเนื้อทุกคำที่กิน เนื้อมีความเหนียว นุ่ม หนึบ

Pork tomahawk 590++ Baht
จานนี้เด็ดสะรี่ตี่! ใครไม่กินเนื้อวัวต้องร้องว๊าว ! เป็นหมูคูโรบุตะสีแดงชิ้นโต และหนา ตัดกับสับประรดย่างสีเหลืองสดที่ท๊อปมาด้านบน ทางเชฟเล่าให้ฟังว่า ที่ร้านการ์เน่ใช้หมูไทยคุโรบูตะส่วนโทมาฮอค ต้องนำหมูไป brine (แช่น้ำเกลือ) กับมวลสมุนไพรนานาชนิดนานถึง 4 ชม. แล้วจึงนำโคจิเเดงมาหมักพร้อมเครื่องเทศให้หมูนุ่ม นำย่างไฟเเรงกับถ่านกะลามะพร้าวจนหอม แล้วใช้เตาอบถ่านให้ได้ crust เเละสุกพอดีในอุณหภูมิที่ร้อนมาก กินคู่สับปะรดภูเเลซัลซ่าเเละ ครีมมันหวานญี่ปุ่น MadamePuja คอนเฟิร์มว่าอร่อย กัดลงไปแต่ละคำหมูนุ๊มนุ่ม…

Chicken Remoulade 480 ++Baht
ทางเลือกสำหรับที่ไม่กินเนื้อวัว จานนี้เป็นไก่ม้วน ที่นำไก่เบญจา เป็นไก่ออกานิคที่เลี้ยงด้วยข้าวไรซ์เบอร์รี่มาม้วนกับสมุนไพร นำไปย่างให้กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมครีมข้าวโพดเเละซอส jus

Grilled Line-Caught Fish 790++ THB
เมนูนี้เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก และชอบกินปลา จานนี้เป็นปลาเก๋าดอกแดงชิ้นโตเนื้อหนาย่าง โชยกลิ่นหอมมาแต่ไกล ทางร้านใช้ปลาเก๋าดอกแดงตกเบ็ดได้จากเกาะลันตา นำมาย่างจนหนังกรอบ และสุกทั่วถึง กินคู่กับซอส Remoulade จานนี้ชิมแล้วปลาดสดมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลยมีแต่ความหอม ต้องลองเลย……

ปิดท้ายมื้ออร่อยกันที่เมนูของหวาน Tres leches 280++ Baht
เป็นขนมเค้กที่ทำจาก นม 3 อย่าง 1. Coconut milk 2. While milk 3. Condense milk
ตัวเค้กทำจากเเป้งมะพร้าวเเละผิวส้ม เนื้อเค้กมีความนุ่มเนื้อหยาบเล็กน้อย กินพร้อมสัปปะรดภูเเลย่าง หอมเหล้ารัม ผิวมะกรูด เสิร์ฟมาคู่ไอศกรีมวนิลา

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูอร่อยอื่นๆ ที่น่าลองชิมอีกหลายจาน รวมทั้งเครื่องดื่มที่ไม่ควรพลาด อาทิ Aqua de Sandia 200 ++Baht เครื่องดื่มม๊อกเทล์ ให้ความสดชื่นจากแบล็คมินท์จากสวนและแตงโม Virgin Huacachina 200++ Baht เครื่องดื่มม็อกเทลใส่แตงกวาและ น้ำสมุนไพรไทยใบเตย Huacachina 290++ Baht เครื่องดื่มค็อกเทลมีส่วนผสมของเหล้า Smirnoff, ตะไคร้, แตงกวา, น้ำมะพร้าว, น้ำใบเตยและน้ำส้ม
เบื้องหลังความอร่อยในแต่ละจาน คือ ทีมเชฟคุณภาพเหล่านี้ค่ะ


เบื้องหลังความอร่อย…นอกเหนือจากวัตถุดิบคุณภาพดีที่สองผู้บริหาร : “เชฟแคน” และ “คุณพลอย” คัดสรรมาใช้ในการปรุงแล้ว ความเลิศรสอร่อยล้ำจากรสมือคนปรุงก็ต้องเป็นระดับมืออาชีพเช่นกัน ร้าน CARNE ได้คว้าตัว “เชฟมาเตโอ โรเบอร์สัน -Mateo Roberson”มาคอยเสกสรรปั้นแต่งให้อาหารแต่ละจานอร่อยถูกปากนักชิม “เชฟมาเตโอ” เชฟหนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-เม็กซิกัน หลงใหลการทำอาหารตั้งแต่เด็ก เพราะเกิดและโตมาในครอบครัวที่เปิดร้านอาหารในเท็กซัส เขาออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับร้านอาหารดังๆ ระดับมิชลินมาหลายประเทศ จนกระทั่งเดินทางมาถึงเมืองไทย เพราะอยากจะลองทำอาหารไทยดูบ้าง
ใครอยากมาเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ พร้อมอรรถรสอาหารอร่อยสไตล์ลาตินอเมริกา พร้อมแอบดู”เชฟมาเตโอ” ปรุงอาหาร ก็จับจองกันมาได้ที่ ร้าน CARNE ค่ะ พิเศษทางร้านมีโปรชั่นเปิดร้านใหม่ รับฟรี Charcoal Grilled Bone Marrow สำหรับลูกค้าที่จองผ่านช่องทาง social ด้วยค่ะ
TEXT by : MadamePuja PHOTO by : AMI of MICRO KMUTT, MadamePuja
















