การแสดงที่คอนเทมโพรารี่แดนซ์ ที่ไม่ควรพลาด จากคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์

ประวัติของคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์

คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์เป็นคณะบัลเลต์อาชีพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2539 ภายใต้การบริหารงานของคุณมาซาโกะ ฮิราตะ ซึ่งมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาความสามารถและสนับสนุนผลงานของนักเต้นในประเทศไทย เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรตแล้วที่คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ได้สร้างสรรค์ผลงานการเต้นอันน่าประทับใจทั้งในแบบคลาสสิคและร่วมสมัยให้กับผู้ชมชาวไทย

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ได้ร่วมงานกับคณะบัลเลต์ระดับโลกมากมาย อาทิ  ในผลงานการแสดงบัลเลต์เรื่อง Don Quixote กับคณะ Paris Opera Ballet (ปี พ.ศ. 2550)  การแสดงบัลเลต์เรื่อง Romeo & Juliet กับคณะ Asami Maki Ballet (ปี พ.ศ. 2551) การแสดงบัลเลต์ร่วมสมัยกับคณะ Le Ballet du Grand Théâtre de Genève และการแสดงบัลเลต์เรื่อง The Nutcracker ร่วมกับคณะ l’Opéra de Paris (ปี พ.ศ. 2555) และการแสดงบัลเลต์เรื่อง La Sylphide ร่วมกับคณะ English National Ballet (ปี พ.ศ. 2556)

 

ด้วยความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องที่จะสร้างผลงานที่ใหม่และหลากหลายออกสู่สายตาผู้ชม คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์มีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของคณะให้ทัดเทียมกับคณะเต้นที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ นอกจากนี้คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ยังได้ก่อตั้งโรงเรียนบอกกอกซิตี้บัลเลต์ขึ้น ซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ความรู้และพัฒนาความสามารถในการเต้นบัลเลต์และการเต้นร่วมสมัยให้แก่ผู้ที่มีความสนใจ  ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนบอกกอกซิตี้บัลเลต์มีนักเรียนกว่าร้อยคน

 

ประวัติศิลปินผู้ออกแบบท่าเต้น

James Pett

James Pett แข่งขันยิมนาสติกมานานกว่า 10 ปี และได้เป็นตัวแทนประเทศอังกฤษไปแข่งขันในรายการยิมนาสติกระดับโลก World Gymnastrada ณ ประเทศออสเตรีย ในปี ค.ศ.2007 James จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมจาก Trinity Laban Conservatoire of Music and Dance ในปี ค.ศ. 2011 และได้รับรางวัล The Marion North Award ในความโดดเด่นด้านการแสดง และในปี ค.ศ.2010 เขายังได้ทำงานร่วมกับ Patricia Lent ในการฟื้นฟูการแสดง Merce Cunningham’s Scramble ซึ่งเป็นการเต้นเดี่ยวแบบดั้งเดิมของ Cunningham

 

ค.ศ. 2011-2013 James เต้นให้กับคณะเต้นรำ Richard Alston Dance Company และได้ไปแสดงทั่วโลก ในปี ค.ศ.2011 เขาแสดงในผลงานชุด  Dance Umbrella เขายังได้ร่วมกับ Robert Cohan ในผลงาน In Memory และในปี ค.ศ.2012  เขาได้แสดงในนิทรรศการ The Bride and the Bachelors ที่ Barbican Centre โดยทำงานกับ Jeannie Steele ในการรวบรวมผลงานต่างๆ ของ Cunningham นอกจากนี้ผลงานการเต้นคู่ของเขาใน Unfinished Business ซึ่งออกแบบโดย Richard Alston ยังได้รับเลือกจาก New York Times ให้เป็นผลงานเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี ค.ศ.2013

ในปีค.ศ.2018 James ได้รับเชิญไปร่วมงานกับ M&T In Motion ซึ่งก่อตั้งโดยนักออกแบบท่าเต้นชาวออสเตรเลีย Tim Podesta และนักเต้นตัวเอกของรอยัลบัลเลต์ Mara Galeazzi  โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Forte ซึ่งจัดแสดงทั่วประเทศออสเตรเลีย โดยแสดงครั้งแรกที่เมือง Melbourne ถือเป็นโปรแกรมที่รวมผลงานที่ของ Tim Podesta และ ผลงานชื่อ Proximity ซึ่งเป็นผลงานออกแบบและเต้นคู่ของ James  กับ Travis Clausen-Knight จัดแสดงด้วย และจากการโปรแกรมดังกล่าวส่งผลให้การแสดงของเขาที่จัดแสดงที่ Sadlers Wells, Lilian Baylis ขายบัตรได้ทั้งหมด ซึ่งงานแสดงครั้งนั้นมีชื่อว่า The Zoo ประกอบด้วยผลงานสองชิ้น คือ Informal Between ซึ่งเป็นการเต้นคู่ที่เขาร่วมออกแบบ และการเต้นคู่ชาย-ชาย ความยาว 45  นาทีที่เขาเป็นผู้แสดง ในปี 2019 James ได้เป็นศิลปินร่วมของ Fabula Collective และได้แสดงผลงาน ณ โรงละคร Cerulean Noh กรุงโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา


James เต้นให้กับคณะเต้น Wayne McGregor ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 ถึง 2019 และปัจจุบันยังคงร่วมงานในโครงการพิเศษ รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านการเรียนรู้กับ Studio Wayne McGregor อยู่

 

 

อนุรักษ์ งามตา

อนุรักษ์ งามตา จบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขาเริ่มร่วมงานกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ในปี ค.ศ. 2007 และได้รับตำแหน่งนักแสดงนำของคณะในปี ค.ศ. 2009 อนุรักษ์ได้รับเชิญให้ร่วมแสดงกับคณะเต้นและโรงเรียนเต้นมากมายทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น Danceworks Production (ประเทศมาเลเซีย), Ena Ballet Studio (ประเทศญี่ปุ่น), Suganami Classical Ballet School (ประเทศญี่ปุ่น), โรงเรียนอารีย์นาฎยศิลป์ (ประเทศไทย), Rising star (ประเทศไทย), Point Studio (ประเทศไทย)

นอกจากนั้นอนุรักษ์ยังได้เข้าร่วมการแข่งขันเต้นทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ และได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลเหรียญทองจากการแข่งขัน Yokosuka International  Ballet Competition ที่ประเทศญี่ปุ่น รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จากการแข่งขันประเภท Pas de Deux (Open age) ของการแข่งขัน ATOD International 2018 รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1  ประเภท CSTD Classical Championship (Open Age) ทั้งในปี ค.ศ. 2015 และ ค.ศ. 2016  รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1  ประเภท Classical Solo (Open age) จากการแข่งขัน The 18th Asia Pacific Dance Competition ที่มาเก๊า เป็นต้น  และในงานมหรสพสมโภช งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อนุรักษ์ได้รับคัดเลือกให้แสดงในบทนำเป็นพระสุธนในการแสดงมโนราห์บัลเลต์ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากนี้ อนุรักษ์ยังได้เป็นตัวแทนของคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ไปร่วมแสดงบัลเลต์ในงาน Chorea International Dance Festival ณ สาธารณรัฐสโลวัก

 

 

 

 

ณพิชญา อัมพันแสง

ณพิชญา อัมพันแสง เริ่มต้นเรียนบัลเลต์เมื่ออายุ 17 ปี จนสามารถจบหลักสูตร Royal Academy of Dancing ในปี ค.ศ. 2001 เธอจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์สากล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 1997 และได้รับทุนไปศึกษาทางด้านการเต้นที่เกาะฮ่องกง เมื่อกลับมาเธอเข้าร่วมคณะซีพีเอ (CPA: The Company of Performing Artist) ในฐานะนักเต้นนำการแสดงในบัลเลต์หลายเรื่อง อาทิเช่น มโนราห์บัลเลต์, Beauty and the Beast, Contemporary 101, Swan Lake เป็นต้น นอกจากนี้เธอยังออกแบบท่าเต้น สำหรับมิวสิคัลเรื่อง Chicago และ Chorus line ให้กับสถาบันแดนส์เซ็นเตอร์

เธอเข้าร่วมกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ตั้งแต่ปี 2003 และเป็นเวลากว่า 10 ปีที่เธอร่วมแสดงบัลเลต์เรื่องต่างๆ ในบทนำ ทั้ง Sleeping Beauty, Talisman-Grand pas De Deux,  Coppelia, Lament-Pas De Deux, La Sylphide, Swan Lake, Nutcracker-Pas de Deux, Monotones the Pas de Trois และในจูเนียร์บัลเลต์คอนเสิร์ตครั้งที่ 20 เธอแสดงในบท Mercedes ในบัลเลต์เรื่อง Don Quixote นอกจากนี้เธอยังเข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลมากมาย ได้แก่ รางวัลอันดับ 1 การแข่งขัน A.T.O.D International Dance Competition ปี 2018, รางวัลอันดับ 1 ประเภทการเต้นคู่ จากเวที CSTD Thailand Dance Competitionปี 2015 และ Asia Pacific Dance Competition ปี 2015 ที่มาเก๋า เธอและ อนุรักษ์ งามตา ภายในชื่อทีม Heart & Soul  ได้เข้ารอบรองสุดท้ายในการแข่งขัน Thailand Got Talents season 5 เธอได้รับเชิญไปแสดงทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ อิตาลีและมาเลเซีย และเธอยังเป็นนักเต้นรับเชิญให้กับคณะ18Monkeys  ในการแสดง Carmen

 

นอกจากนี้ ณพิชญา มีผลงานออกแบบท่าเต้นมากมาย ทั้ง The Greatest of the King The Greeting of the Land, Melodies of the King Melodies for Us ซึ่งเป็นการแสดงร่วมกับคณะออเคสตราจากกองทัพบกไทย ในปี ค.ศ. 2017, การแสดง Dream และ Believe ของสถาบัน Point Studio ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเต้นรำของเธอเอง ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 จนถึงปัจจุบัน ถึงกระนั้นเธอยังคงเป็นนักเต้นนำในกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์

 

 

สรัสนันท์ ชัยศิลปิน

สรัสนันท์ ชัยศิลปิน ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดลำพูน เริ่มเรียนบัลเลย์คลาสสิกตั้งแต่อายุ 4 ปี กับสถาบันเชียงใหม่นาฏยศิลป์สากล จนจบบัลเลต์คลาสสิกขั้นสูงหลักสูตรจากประเทศอังกฤษ และต่อมาจบระบำแจ๊สแดซ์หลักสูตรจากประเทศออสเตรเลีย รวมถึงผ่านการอบรมต่างๆ มากมาย

สรัสนันท์มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันเต้นหลากหลายประเภททั้งในและต่างประเทศ โดยรางวัลที่สร้างชื่อเสียง ได้แก่ รางวัลบัลเลต์แชมเปียนชิพจากเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2550 และปี พ.ศ. 2549 รางวัลคะแนนรวมสูงสุดจากการแข่งขันเต้นนานาชาติเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 8 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นต้น

สรัสนันท์ร่วมแสดงกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 และในปี พ.ศ. 2557 ก็ได้รับบทเป็นนักแสดงนำเรื่อยมา สรัสนันท์มีผลงานการแสดงบัลเลต์หลายเรื่องด้วยกัน อาทิเช่น Don Quixoté, Coppélia,  Raymonda, Swan Lake, Flower Festival in Genzano, Sleeping Beauty และ La Bayadère นอกจากนี้ สรัสนันท์ยังร่วมแสดงงานคอนเทมโพารี่ต่างๆ และงานออกแบบท่าเต้นจากนักออกแบบท่าเต้นหน้าใหม่อีกหลากหลายผลงานด้วยกัน ล่าสุดได้สรัสนันท์รับเชิญให้ไปแสดงโมเดิร์นบัลเลต์ในงาน Chorea International Dance Festival 2019 ณ กรุงบราทิสลาวา ประเทศสาธารณรัฐสโลวัก

 

 

โชตเดชา ดังฌินาคุปต์

โชตเดชา ดังฌินาคุปต์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะศิลปกรรมศาสต์ สาขาศิลปะการแสดง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และได้รับการฝึกสอนจาก รศ. ดร. ศิริมงคล นาฏยกุล, อาจารย์อรรจมาภรณ์ ชัยวิสุทธิ์  และ Nyeng Hong Phong (Vietnam Dance College) โชตเดชาได้แสดงบัลเลต์ในกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ในฐานะนักแสดงนำในหลายบทบาทด้วยกัน เช่น “Ocean & Pearl”(ค.ศ. 2011), “Solor” จากบัลเลต์เรื่อง La Bayadère องค์ที่ 2  ในปี ค.ศ. 2012, แสดงGrand Pas de deux จากบัลเลต์เรื่อง Sleeping Beauty ในปี ค.ศ. 2014 และแสดง Grand Pas de deux จากเรื่องRaymonda ในปี ค.ศ. 2016  โชตเดชายังได้แสดงในผลงานเต้นร่วมสมัยโดยนักออกแบบท่าเต้นที่มีความสามารถมากมาย อาทิ แสดงในผลงานชื่อ Facing (2010) ออกแบบท่าเต้นโดย อรวี ชำนาญศิลป์ ผลงานชื่อ The Games People Play (2010) โดย Jie Choong Wan-Chin และ Dance into the Light (2010) โดย Nathanael Marie นอกจากนี้โชตเดชายังได้รับคัดเลือกให้แสดงในงานแสดงมากมาย เช่น แสดงในบัลเลต์เรื่อง Don Quixote (2011) ให้กับ Dance works Production ประเทศมาเลเซีย และร่วมแสดงในมโนราห์บัลเลต์ ในงานมหรสพสมโภช งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ โชตเดชายังเป็นนักออกแบบท่าเต้นในรูปแบบไทยโมเดิร์นที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย อาทิ Eclipse (2012), Ananta (2013), Klesha (2014), บูชา (2015), ลาวเจริญศรี (2016), Blessing from the Sun (2018), และ Synergy of Love” (2019) ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับเลือกให้ไปแสดงในงาน CHOREA International Dance Festival ณ สาธารณรัฐสโลวัก

 

สุพัฒชัย ลาภปกรณ์กุล

สุพัฒชัย ลาภปกรณ์กุล เริ่มเรียนศิลปะการแสดง ตั้งแต่อายุ 14 ปี สุพัฒชัยจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาดนตรีสากล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาไม่นานในปี พ.ศ. 2555 สุพัฒชัยเป็นนักเต้นอาชีพของคณะบางกอกซิตี้ และในปี พ.ศ. 2557 ได้ไปศึกษาต่อด้านศิลปะการแสดง เอกวิชานาฏศิลป์สากล ที่ Nanyang Academy of Fine Arts (NAFA) ณ ประเทศ สิงคโปร์ และจบการศึกษาด้วย คะแนนสูงสุด รางวัล The Best Graduation Award (เกียรตินิยม อันดับ1 ของ ภาควิชา)

สุพัฒชัย มีประสบการณ์การเต้นไม่ว่าจะเป็นในประเทศและต่างประเทศ อาทิเช่น the International Dance Festival in Bangkok, Singapore’s Dance Festival, World Dance Alliance Asia Pacific, M1 Contact Contemporary Dance Festival and TARI Dance Festival และยังได้รับเชิญ ไปสอนพิเศษให้แก่โรงเรียนต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบัน สุพัฒชัย เป็นผู้ออกแบบท่าเต้น และครูสอนบัลเลต์และการเต้นร่วมสมัยที่ Attitude Performing Arts Studio อีกทั้ง ยังเป็นอาจารย์ผู้สอน Ballet Technique ที่ NAFA และ Singapore Raffle Music Collage (SRMC)